2026-07-11 11:02:36กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตรียมถอนฟ้องคดีฉ้อโกง BitClub มูลค่า 722 ล้านดอลลาร์ สรุปภาพรวมตลาดด้วย AIรายงานที่ระบุว่า DOJ อาจยกฟ้องโดยให้มีผลตัดสิทธิฟ้องซ้ำ (with prejudice) ในคดีฉ้อโกง BitClub Network มูลค่า 722 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งสัญญาณถึงการปรับเทียบครั้งสำคัญของท่าทีการบังคับใช้กฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ ให้สอดคล้องกับแนวทางเมื่อเดือนเมษายน 2025 ที่ให้ลด "การกำกับดูแลด้วยการฟ้องร้อง" (regulation by prosecution) แม้ว่าข้อกล่าวหาจะเกี่ยวข้องกับทฤษฎีฉ้อโกงและหลักทรัพย์แบบคลาสสิก แต่การกลับลำในคดีที่มีชื่อเสียงสูงอาจเปลี่ยนการรับรู้ความเสี่ยงทางกฎหมายของภาคส่วนนี้ในระยะใกล้ แม้ว่า DOJ จะยังคงดำเนินคดีอื่น ๆ เกี่ยวกับการขโมยคริปโตและคดีหลอกลวงต่อไประดับผลกระทบ ● ปานกลางสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบBTC/USDT+0.72%ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI● Neutralเทรดตอนนี้เทรดตอนนี้ →⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวังมีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ) กำลังเดินหน้าสู่การยุติข้อกล่าวหาระดับรัฐบาลกลางต่อ แมทธิว เกิตเชอ (Matthew Goettsche) ผู้ก่อตั้ง BitClub Network โครงการที่อ้างว่าเป็นธุรกิจขุดบิตคอยน์ และถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงนักลงทุนรวม 722 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2014-2019 หากการดำเนินการนี้เสร็จสมบูรณ์ จะถือเป็นหนึ่งในการกลับลำคดีคริปโตที่มีนัยสำคัญที่สุดในประวัติการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐช่วงหลัง Bloomberg Law รายงานว่า สำนักงานรองอัยการสูงสุดของ DOJ ได้สั่งการให้อัยการรัฐนิวเจอร์ซีย์ยื่นขอให้ศาลยกฟ้องคดีของเกิตเชอแบบ "with prejudice" ซึ่งโดยหลักกฎหมายหมายถึงรัฐไม่สามารถนำข้อหาเดิมกลับมายื่นฟ้องใหม่ได้ เท่ากับปิดคดีในรูปแบบปัจจุบันอย่างถาวร เอกสารยื่นศาลที่ Bloomberg Law นำมาเปิดเผยระบุว่า ทนายของเกิตเชอได้ส่งหนังสือถึงผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ แคลร์ เซคชี (Claire Cecchi) เมื่อวันพุธ โดยแจ้งว่าคู่ความได้บรรลุ "ข้อตกลงในหลักการ" (agreement in principle) เพื่อยุติข้อกล่าวหาที่ค้างอยู่ แต่ยังต้องใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อสรุปรายละเอียดเงื่อนไข ก่อนดำเนินขั้นตอนตามกระบวนการของศาลให้ครบถ้วน คดี BitClub คืออะไร เกิตเชอถูกตั้งข้อหาในเดือนธันวาคม 2019 และเดิมมีกำหนดขึ้นพิจารณาคดีในเดือนตุลาคม ด้วยข้อหาหลักรวมถึงสมคบกันกระทำความผิดฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร (conspiracy to commit wire fraud) และเสนอขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน อัยการมองว่า BitClub เป็นเหมืองรวม (mining pool) ที่เปิดให้นักลงทุนซื้อ "หุ้น" เพื่อรับรายได้แบบพาสซีฟ ตามข้อกล่าวหาที่ถูกอ้างในรายงานข่าว BitClub ถูกระบุว่ามีการบิดเบือนตัวเลขผลตอบแทนที่แจ้งต่อนักลงทุน และสร้างข้อมูลที่เกี่ยวกับการขุดขึ้นมาเพื่อดึงดูดผู้เข้าร่วมเพิ่มเติม แก่นของคดีอยู่ที่การชักชวนด้วยผลตอบแทนที่ผูกกับกิจกรรมการขุด และการกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยพฤติการณ์ที่ถูกร้องเรียนกินช่วงหลายปีตั้งแต่ 2014 ถึง 2019 ก่อนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของรัฐบาลกลางจนมีการฟ้องร้องและกำหนดวันพิจารณาคดี เหตุผลที่คดีนี้ถูกจับตาในบริบทนโยบายคริปโตของ DOJ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปรับน้ำหนักการสื่อสารของ DOJ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ตามแนวทางภายในที่ถูกพูดถึงในอุตสาหกรรม โดยในเดือนเมษายน 2025 รองอัยการสูงสุด ทอดด์ บลานช์ (Todd Blanche) ออกบันทึกภายในให้ DOJ ถอยออกจากแนวทางที่เรียกว่า "กำกับดูแลผ่านการฟ้องร้อง" (regulation by prosecution) ต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ประเด็นนี้มักถูกตีความว่าเป็นการปรับสมดุลการบังคับใช้กฎหมาย แต่ข้อกล่าวหาในคดี BitClub อยู่ในหมวดที่อัยการสหรัฐคุ้นเคย ได้แก่ การหลอกลวงนักลงทุนและประเด็นลักษณะคล้ายคดีหลักทรัพย์ มากกว่าจะเป็นคำถามใหม่เกี่ยวกับคุณลักษณะทางเทคโนโลยีว่าเข้าข่ายอาชญากรรมหรือไม่ หากรัฐถอยจากการดำเนินคดีกับเกิตเชอ ผู้ติดตามคดีจะจับตาว่า DOJ ประเมินสถานะพยานหลักฐานและข้อกฎหมายภายใต้กรอบนโยบายใหม่นี้อย่างไร ผู้ร่วมขบวนการบางรายรับสารภาพแล้ว อีกประเด็นที่ทำให้ข่าวการยกฟ้องถูกจับตา คือคดีนี้เคยมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นยอมรับผิดไปก่อนแล้ว โดยรายงานระบุว่า อดีตผู้ร่วมงานของเกิตเชอ 3 ราย ได้แก่ ซิลวิอู บาลาซี (Silviu Balaci), โจเซฟ เอเบิล (Joseph Abel) และ กอร์ดอน เบคสเตด (Gordon Beckstead) ได้รับสารภาพแล้ว ซึ่งอาจทำให้ตลาดและผู้สังเกตการณ์ตั้งคำถามต่อภาพรวมท่าทีของรัฐ หากการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาหลักถูกยุติลงในช่วงนี้ ในอีกด้าน สภาพแวดล้อมการบังคับใช้กฎหมายด้านคริปโตยังดำเนินต่อเนื่องในคดีอื่น รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า เดือนเมษายน ชายชาวแคลิฟอร์เนียชื่อ อีแวน เทกแมน (Evan Tageman) ถูกตัดสินจำคุก 70 เดือน จากคดีที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายอาชญากรรมขโมยคริปโตจากเหยื่อมูลค่าราว 263 ล้านดอลลาร์ด้วยกลโกงวิศวกรรมสังคมและการลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีรายงานการอายัดคริปโตกว่า 700 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลงทุนที่พุ่งเป้าชาวอเมริกัน และในเดือนกุมภาพันธ์มีการยึดเกือบ 580 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น ประเด็นในคดี BitClub จึงไม่ใช่ว่า DOJ จะเลิกดำเนินคดีกับอาชญากรรมที่เกี่ยวกับคริปโตหรือไม่ แต่เป็นคำถามว่า ภายใต้แนวทางภายในที่อัปเดตและข้อเท็จจริงของคดีนี้ รัฐจะยังเดินหน้าฟ้องคดีนี้ต่อไปหรือยุติลง สิ่งที่ต้องติดตาม พัฒนาการล่าสุดยังอยู่ในขั้นตอนเชิงกระบวนการ ทนายของเกิตเชอยืนยันว่ามีข้อตกลงในหลักการแล้ว แต่เงื่อนไขยังไม่ปิด นักลงทุน นักกฎหมาย และผู้ประกอบการคริปโตควรติดตามเอกสารยื่นศาลรอบถัดไป เพื่อยืนยันว่าการยกฟ้องจะมีผลอย่างเป็นทางการหรือไม่ และหากมีผล DOJ จะชี้แจงเหตุผลอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงยังอยู่บนโต๊ะ ที่มาข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ถือเป็นจุดยืนของ BingX และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนจาก BingX ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไข