Jefferies เตือนตลาดคริปโตผันผวนหนักขึ้น จากกฎหมาย Clarity Act ติดหล่มในสภาคองเกรส

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Jefferies เตือนว่า "Clarity Act" ของสหรัฐฯ ได้ชะงักงันในสภาคองเกรส โดยอัตราโอกาสผ่านโดยนัยลดลงจากประมาณ 70% เหลือ 48% ความล่าช้าหรือความล้มเหลวจะยืดเยื้อความคลุมเครือด้านกฎระเบียบว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ ซึ่งจะจำกัดไม่ให้ธนาคาร ผู้จัดการสินทรัพย์ และตลาดซื้อขาย ขยายการทำโทเคไนเซชัน การสเตกกิง และการปล่อยกู้ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะเพิ่มความผันผวนระยะสั้นในสินทรัพย์คริปโตรายใหญ่ โดยเฉพาะ BTC
ระดับผลกระทบ
● สูง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT-1.60%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▼ ขาลง
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Jefferies ระบุว่า ความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาดคริปโตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังร่างกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ "Clarity Act" ยังติดอยู่ในภาวะชะงักงันในสภาคองเกรส โดยโอกาสผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวลดลงเหลือ 48% จาก 70% เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม สถาบันการเงินรายนี้ชี้ว่า ปัจจัยกดดันหลักมาจากการที่ร่างกฎหมายไม่คืบหน้าก่อนวุฒิสภาจะเข้าสู่ช่วงพักร้อนฤดูร้อน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมือง Clarity Act มีเป้าหมายกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า "สินทรัพย์ดิจิทัล" ควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ หากการออกกฎหมายล่าช้าหรือไม่ผ่าน จะทำให้ความไม่ชัดเจนด้านกำกับดูแลยังคงอยู่ และอาจฉุดการขยายบริการของธนาคาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ และตลาดซื้อขาย ในด้านโทเคไนซ์ (tokenization), การสเตกกิง (staking) และการปล่อยกู้ (lending) โดย Jefferies มองว่าจะยิ่งเพิ่มความผันผวนของสินทรัพย์คริปโตขนาดใหญ่ โดยในรายงานกล่าวถึง Bitcoin (BTC) โดยเฉพาะ