หุ้น Metaplanet บวก 4.2% หลังเปิดศึกษาเครดิตดิจิทัลค้ำประกันด้วยบิตคอยน์ในญี่ปุ่น

สรุปภาพรวมตลาดด้วย AI
Metaplanet, JPYC และ Progmat กำลังสำรวจผลิตภัณฑ์เครดิตดิจิทัลที่มีบิตคอยน์เป็นหลักประกันสำหรับตลาดพันธบัตรโทเค็นของญี่ปุ่น โดยมุ่งเป้าการซื้อขายได้ตลอด 24/7 การชำระบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์ (ผูกกับเงินเยน) และการคิดดอกเบี้ยสะสมรายวัน แม้ยังไม่มีการยืนยันการเปิดตัวหรือเงื่อนไขใด ๆ ระหว่างรอการทบทวนด้านกฎหมายและเทคนิค แต่ความริเริ่มนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ BTC เป็นหลักประกันที่ใช้งานจริงมากกว่าจะเป็นการถือครองในคลังแบบเชิงรับ สนับสนุนความชอบธรรมในระดับสถาบันและอุปสงค์ที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างการจัดหาเงินทุนที่มี BTC เป็นหลักประกัน
ระดับผลกระทบ
● ปานกลาง
สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ
BTC/USDT+0.53%
ข้อมูลเชิงลึกจาก AI · BTC/USDTข้อมูลเชิงลึกจาก AI
▲ ขาขึ้น
เทรดตอนนี้
⚠️ ข้อความเชิงลึกนี้สร้างขึ้นโดย AI โดยอ้างอิงจากเนื้อหาข่าวเพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือสะท้อนทัศนะของ BingX การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดซื้อขายด้วยความระมัดระวัง
Metaplanet ประกาศเริ่มโครงการศึกษาร่วมกับ JPYC และ Progmat เพื่อพัฒนา "ผลิตภัณฑ์เครดิตดิจิทัล" ที่ใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกันสำหรับตลาดตราสารหนี้ของญี่ปุ่น โดยแนวคิดครอบคลุมระบบที่อาจรองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง การชำระราคา/ชำระบัญชีด้วยสเตเบิลคอยน์ การคำนวณดอกเบี้ยรายวัน และการบันทึกสิทธิผู้ลงทุนแบบดิจิทัล ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะออกผลิตภัณฑ์จริง เนื่องจากต้องประเมินข้อกำหนดด้านกฎหมาย เทคโนโลยี และการออกแบบก่อน หุ้น Metaplanet ที่จดทะเบียนในโตเกียวปิดตลาดวันศุกร์เพิ่มขึ้น 4.20% ที่ 248 เยน โดยระหว่างวันบวก 10 เยน เคยขึ้นไปเหนือ 260 เยน ก่อนอ่อนตัวลง แรงซื้อหนุนราคาหลังเปิดตลาด ขณะที่แรงขายช่วงท้ายกดราคาต่ำกว่า 250 เยนใกล้ปิดตลาด กราฟระหว่างวันเห็นการซื้อขายซ้ำบริเวณ 257 เยน ก่อนปรับลงช่วงบ่าย จากนั้นมีแรงรับแถว 245 เยน และฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย การปรับขึ้นของราคาหุ้นเกิดขึ้นหลังบริษัทแจ้งตลาดเรื่องการทบทวนร่วมเพื่อจัดทำกรอบ "เครดิตดิจิทัลค้ำประกันด้วยบิตคอยน์" นักลงทุนยังจับตาความพยายามของ Metaplanet ในการต่อยอดสถานะถือครองบิตคอยน์จำนวนมากไปสู่การออกแบบและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครดิตบนบล็อกเชน ซึ่งอาจทำให้บริษัทขยับบทบาทจากการบริหารสินทรัพย์คลัง (treasury) ไปสู่ธุรกิจการเงินเชิงผลิตภัณฑ์มากขึ้น ในเชิงโครงสร้าง Metaplanet และ Metaplanet Securities จะศึกษาการจัดรูปแบบ การเสนอขาย และการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขหลักประกันโดยใช้บิตคอยน์ และการสื่อสารกับผู้ลงทุนตลอดจนงานดูแลหลังการขาย ส่วน JPYC จะรับผิดชอบงานเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ ได้แก่ การออกและไถ่ถอน ตลอดจนการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ขณะที่ Progmat จะจัดหาแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับสำหรับการออกโทเคน การติดตามความเป็นเจ้าของ การโอน และการจัดทำข้อมูลผู้ลงทุน กลุ่มพันธมิตรตั้งเป้าเชื่อมการค้ำประกันด้วยบิตคอยน์ การชำระเงินที่ผูกกับเงินเยน และตราสารแบบโทเคนให้อยู่ในโมเดลปฏิบัติการเดียวกัน พร้อมทดสอบการเชื่อมโยงระหว่างทะเบียนโทเคนหลักทรัพย์กับกระแสการชำระบัญชีของ JPYC โดยจะตรวจสอบจังหวะเวลาในการชำระเงิน การควบคุมธุรกรรม ความถูกต้องของบันทึก และการแบ่งหน้าที่ในระบบตลาดที่เสนอ รวมถึงการประยุกต์กับพันธบัตรดิจิทัลและตราสารหนี้ประเภทอื่น Metaplanet ระบุว่าตลาดหุ้นกู้เอกชนของญี่ปุ่นในปัจจุบันเอื้อผู้ออกตราสารรายใหญ่เป็นหลัก ขณะที่บริษัทขนาดกลางและบริษัทเติบโตมักเผชิญต้นทุนสูงจากกระบวนการออกตราสาร การขาย การจัดทำทะเบียนผู้ลงทุน การจ่ายดอกเบี้ย และการไถ่ถอน พันธมิตรเชื่อว่าระบบดิจิทัลอาจช่วยลดภาระด้านปฏิบัติการและขยายการเข้าถึงตลาดสินเชื่อได้ ผลิตภัณฑ์เครดิตแบบโทเคนสามารถกำหนดเงื่อนไขดอกเบี้ย การไถ่ถอน และหลักประกันไว้บนบันทึกดิจิทัลตั้งแต่ต้น ซึ่งอาจสนับสนุนการซื้อขายและชำระบัญชีต่อเนื่อง การคำนวณดอกเบี้ยรายวัน บันทึกการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และการบริหารสิทธิผู้ลงทุนโดยตรง ขั้นตอนถัดไปคือการประเมินความเป็นไปได้ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบของญี่ปุ่น ครอบคลุมการออกแบบผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดทางเทคนิค ประเด็นทางกฎหมาย และแนวทางทำโครงการพิสูจน์แนวคิด (proof of concept) รวมถึงกระบวนการที่ผู้ลงทุนจะซื้อ ถือ โอน และไถ่ถอนผลิตภัณฑ์ โดยยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเงื่อนไขการออก อัตราดอกเบี้ย อายุคงเหลือ ระดับหลักประกัน หรือช่องทางจำหน่าย Metaplanet เชื่อมโครงการนี้กับ Project NOVA ซึ่งมุ่งใช้บิตคอยน์เป็นหลักประกันเชิงผลิตผลในงบดุล บริษัทระบุว่าถือครองบิตคอยน์จำนวน 43,000 เหรียญ และอยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองมากที่สุด อีกด้านหนึ่ง แผนขยายธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทรวมถึง Siiibo Securities ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น Metaplanet Securities ในวันที่ 13 กรกฎาคม